หน้าแรก arrow แหล่งทางธรรมชาติ arrow พุน้ำร้อน
Article Index
พุน้ำร้อน
Page 2
  พุน้ำร้อน   
    พุน้ำร้อน (Hot spring หรือ Thermal spring) เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่น้ำร้อนไหลพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งของพื้นผิวโลก อุณหภูมิของน้ำที่พุ่งขึ้นมาอาจจะอุ่นถึงเดือดพล่าน อาจจะมีหรือไม่มีแร่ธาตุและก๊าซละลายอยู่ด้วย ปริมาณน้ำที่ไหลพุ่งขึ้นมาจะแตกต่างกัน บางแหล่งอาจจะไหลพุ่งสูง บางแหล่งอาจจะเป็นเพียงไหลซึมขึ้นมา ซึ่งทำให้มีชื่อเรียกพุน้ำร้อนแตกต่างกัน เช่น พุน้ำร้อนที่มีกำลังอัดดันของน้ำแรงมาก จนทำให้น้ำพุ่งขึ้นสูงเป็นช่วงๆ บางแหล่งอาจพุ่งขึ้นสูงถึงกว่า 50 เมตร เรียกว่า พุน้ำร้อนไกเซอร์ (Geyser) ถ้ามีเพียงไอร้อนหรือก๊าซพุ่งขึ้นมา ตามรอยแยกในดินเรียกว่า พุก๊าซ (Fumarole) และถ้ามีเพียงน้ำร้อนไหลซึมขึ้นมาบนผิวดินเรียกว่าน้ำซึม (Seepage) ส่วนพุน้ำร้อนที่มีโคลนซึ่งเกิดจากการหลอมละลายของหินโดยน้ำร้อนเดือดปนพุ่งขึ้นมาด้วยเรียกว่า พุโคลน (Mud pot)

   ในขอบเขตจังหวัดกระบี่ มีพุน้ำร้อนหลายแหล่ง มีทั้งที่อยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเล ป่าชายเลน และพื้นที่บนบก พุน้ำร้อนเหล่านี้ มีสภาพรูปร่างตามธรรมชาติแตกต่างกันไปตามลักษณะภูมิประเทศ เกิดเป็นธรณีสัณฐาน (Geomorphology) เฉพาะแบบของพื้นที่พุน้ำร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งพุน้ำร้อนบนบกบริเวณบ้านบางคราม-บ้านบางเตียว อำเภอคลองท่อม มีพุน้ำร้อนที่มีลักษณะธรณีสัณฐานหลายรูปแบบ เช่น น้ำตกร้อน สระหรือบ่อน้ำร้อน ลานน้ำร้อน ลักษณะของน้ำตกร้อนบ้านบางเตียวคือ พุน้ำร้อนที่ไหลขนานกับภูเขา โดยลัดเลาะไปตามระดับความลาดชันของผิวดินจนกระทั่งไหลผ่านตลิ่งตกลงสู่คลองท่อม ขณะที่ไหลลงสู่คลองท่อมมีลักษณะเป็นน้ำตกและน้ำที่ไหลมีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำปกติ ชาวบ้านจึงเรียกว่า น้ำตกร้อน พุน้ำร้อนที่บริเวณนี้ปรากฏให้เห็นเป็นหย่อม ๆ และส่วนมากน้ำจะไม่ร้อนมาก อุณหภูมิประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส อาจเรียกพุน้ำอุ่นก็ได้ น้ำที่ไหลพุ่งขึ้นมาไม่ค่อยแรง บางแห่งเพียงแค่ไหลซึมขึ้นมาตามผิวดินซึ่งมีป่าละเมาะปกคลุมอยู่ แต่จะไหลตามความลาดเอียงจากระดับความสูงตั้งแต่ 80-20 เมตร จากระดับน้ำทะเล ไปรวมกันเป็นทางน้ำเล็ก ๆ เนื่องจากบริเวณนี้มีหินปูนอยู่ด้วย ทำให้น้ำมีสารละลายแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) ปนเป็นปริมาณสูงเมื่อน้ำที่มีสารละลายแคลเซียมคาร์บอเนตพุ่งขึ้นมาสู่ผิวดิน อุณหภูมิของน้ำลดลง คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ละลายปนอยู่ในน้ำในรูปของกรดคาร์บอนิค (H2CO3) ก็จะสลายตัวขึ้นสู่บรรยากาศ ทำให้สารละลายแคลเซียมคาร์บอเนตตกตะกอนเป็นคราบหินปูน (Travertine) เวลาผ่านไปนานเข้า คราบหินปูนเหล่านี้ก็ทับถมพอกพูนขึ้นเป็นชั้นหนา มีสีขาวหรือสีครีม แต่ตามบริเวณน้ำตกจะมีสีเขียวเพราะตะไคร่น้ำเกาะ เนื่องจากคราบหินปูนนี้ก่อตัวขึ้นตามน้ำตกหรือน้ำที่ไหลตามความลาดชันของพื้นที่ จึงมีลักษณะเป็นชั้นแบบตะพัก (Travertine terraces) หรือเป็นหลั่นซ้อนกัน ถี่ ๆ (Travertine tiered) ซึ่งในบริเวณน้ำตกร้อนนี้จะเห็นชั้นหรือหลั่นดังกล่าวอยู่ที่บริเวณตลิ่งคลองท่อมเท่านั้น โดย ปรากฏเป็นระยะทางยาวประมาณ 30 เมตร กว้างประมาณ 2-3 เมตร ถึงแม้ว่าจะเป็นน้ำตกขนาดเล็ก แต่มีจุดเด่นตรงที่น้ำมีกำเนิดมาจากพุน้ำร้อนทำให้น้ำอุ่นกว่าที่อื่น บางช่วงจะเห็นควันกรุ่น ทำให้มีบรรยากาศแปลกตาประกอบด้วยต้นไม้ใหญ่สองฟากน้ำตก ทำให้เกิดความร่มรื่นและสงบ

   แหล่งพุน้ำร้อนอีกแหล่งหนึ่งของบ้านบางเตียว คือสระมรกต พบอยู่ในที่ลาดเนินเขา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขาน้อยจู๋จี๋ในระดับความสูงประมาณ 100 เมตร จากระดับน้ำทะเลปัจจุบัน ซึ่งจัดเป็นพื้นที่ป่าที่ราบต่ำ ในบริเวณนี้จะเห็นพุน้ำร้อนเป็นลักษณะของสระน้ำร้อน (Hot pool) ประมาณ 3 สระ สระหนึ่งมีรูปทรงกลมน้ำใสสะอาด มีชื่อเรียกว่า สระมรกต อยู่ในระดับล่างใกล้สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และลานจอดรถ เป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากที่สุด พุน้ำร้อนที่นี่เกิดเป็นบริเวณกว้าง นอกจากจะเกิดแบบไหลพุ่งขึ้นมาจนเกิดเป็นสระแล้ว ยังมีบางส่วนไหลซึมขึ้นมาตามผิวดินแล้วไหลลงไปตามลาดเนินเขา ส่วนหนึ่งไหลลงสู่สระมรกตและแหล่งน้ำเบื้องล่าง อุณหภูมิ ของน้ำร้อนที่นี่ไม่ร้อนมาก ประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส บริเวณที่น้ำร้อนไหลซึมขึ้นมาจะมีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิของน้ำในสระ ตามขอบสระมีคราบหินปูนจับอยู่แน่นแข็ง ส่วนในบริเวณลาดเนินเขาที่น้ำร้อนซึมขึ้นมามีคราบหินปูนตกตะกอนอยู่เช่นกัน แต่ยังไม่จับตัวแข็ง เมื่อย่ำลงไปจึงรู้สึกนุ่มและลื่น สาหร่าย (Algae) และแบคทีเรีย (Bacteria) ที่อาศัยอยู่ในสระน้ำร้อน ทำให้น้ำในสระมีสีต่าง ๆ กันตามอุณหภูมิของน้ำ บริเวณที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางพุน้ำร้อนซึ่งมีความร้อนสูงกว่าที่อื่นจะมีสีน้ำเงิน และมีสีเขียวเมื่อน้ำอุ่นขึ้น ส่วนตามขอบสระหรือตามร่องน้ำที่ไหลลงสระ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่น้ำร้อนพุขึ้นมานั้น จะมีสีน้ำตาลหรือสีขาว
 
 
   ขอขอบคุณ